รวมพลคนรักหมีพูห์

posted on 16 Sep 2008 14:22 by mm0092-ann

 

รวมพลคนรักหมีพูห์

 

 

 

edit @ 16 Sep 2008 14:38:28 by ann

เกี่ยวกับหมีพูห์

posted on 12 Sep 2008 12:42 by mm0092-ann
 เกี่ยวกับหมีพูห์
ประมาณเดือนสิงหาคม ในปี ค.ศ. 1914 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Harry Colebourn สัตวแพทย์ชาวคานาดา ทำงานประจำที่ Fort Garry Horse ใน Winnipeg ได้ถูกส่งตัวไปประจำการที่อังกฤษ ขณะเดินทางไปอังกฤษ ขบวนรถไฟที่เขานั่งไปต้องหยุดจอดที่ White River ใน Ontario เพื่อเปลี่ยนขบวนใหม่ ระหว่างนั้นเขาได้เห็นชายคนหนึ่งกับลูกหมีสีดำ ณ บริเวณชานชาลาของสถานีรถไฟ โดยที่ลูกหมีตัวนั้นถูกผูกกับที่เท้าแขนของเก้าอี้ที่ชายคนนั้นนั่งอยู่ หลังจากที่ Harry Colebourn พูดคุยกับชายคนนั้นทำให้เขารู้ว่า ชายคนนั้นเป็นนักล่าสัตว์ เขาจึงขอซื้อลูกหมีตัวนั้นในราคา 20 เหรียญสหรัฐ และตั้งชื่อให้มันว่า Winnie เขาได้นำ Winnie ไปอยู่กับเขาที่กองทัพด้วย ซึ่งทุกคนในกองทัพก็ถือว่า Winnie เป็นสัตว์นำโชค
ต่อมาเดือนธันวาคม ในปีเดียวกัน กองทัพที่ Harry Colebourn ประจำการอยู่ ต้องย้ายกำลังพลไปที่ประเทศฝรั่งเศส Harry Colebourn ได้ฝาก Winnie ไว้ที่สวนสัตว์ที่กรุงลอนดอน และเขาคาดการณ์ว่าประมาณ 2 สัปดาห์เขาคงจะเสร็จภารกิจ และกลับมารับ Winnie ได้ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นดังที่เขาคิดไว้ สงครามสงบประมาณปี ค.ศ. 1918 Harry Colebourn กลับมาที่สวนสัตว์อีกครั้งเพื่อมารับ Winnie แต่เขาพบว่า Winnie อยู่อย่างมีความสุข ณ สวนสัตว์แห่งนี้ ทั้งคนเลี้ยงและคนที่มาเที่ยวในสวนสัตว์ รักมันมาก เขาจึงตัดสินใจปล่อยให้ Winnie อยู่ที่สวนสัตว์ตามเดิม และมาเยี่ยม Winnie เสมอเมื่อมีโอกาส จนกระทั่ง Winnie เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1934 ส่วน Harry Colebourn ได้กลับมาประจำการอยู่ที่ทำงานเก่าของเขา Fort Garry Horse ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 โดยทำหน้าที่เป็นสัตวแพทย์ ประจำกองทัพ จนกระทั่งเขาเสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1947

ในช่วงที่ Winnie ยังมีชีวิตอยู่ในสวนสัตว์ Winnie มีชื่อเสียงมาก อยู่มาวันหนึ่งประมาณปี ค.ศ. 1925 Christoper Robin เด็กชายวัย 5 ขวบได้มาเที่ยวเล่นในสวนสัตว์แห่งนี้ ทันทีที่ Christopher Robin พบกับ Winnie เขาก็เกิดความรักและประทับใจใน Winnie มาก จนถึงกับเปลี่ยนชื่อตุ๊กตาหมีที่ได้จากเพื่อนของพ่อของเขาจาก Edward มาเป็นชื่อ Winnie และความรักของ Christoper Robin ใน Winnie นี่เองที่ไปจุดประกายความคิดของ A.A. Milne (Alan Alexander Milne) พ่อของ Christopher Robin ซึ่งเป็นนักเขียนหนังสือและบทกลอน ให้แต่งนิทานเรื่องเกี่ยวกับ Winnie และเพื่อนขึ้นมา โดยชื่อของหมี
ใน

นิทานของเขามีชื่อว่า "Winnie-the-Pooh" โดยคำว่า Winnie มาจากตุ๊กตาหมีของลูกชายของเขาและหมี Winnie ในสวนสัตว์นั่นเอง ส่วนคำว่า Pooh มาจากชื่อของหงส์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณฟาร์มของเขา (Cotchford Farm อยู่ในบริเวณป่า Ashdown ที่ Sussex ประเทศ England)
นิทานของเขาจะเล่าถึงการผจญภัยของ Christopher Robin กับ Winnie รวมทั้งสัตว์ที่เป็นเพื่อนของเขาในป่า โดยที่ลักษณะนิสัย ของตัวละครสัตว์ตัวอื่นๆ เช่น Eeyore, Piglet, Tigger, Kanga และ Roo มาจากเหล่าตุ๊กตาสัตว์ของ Christoper Robin ลูกชายของเขา ส่วนลักษณะนิสัยของตัวละครสัตว์ Rabbit และ Owl มาจากสัตว์ที่อาศัยในบริเวณฟาร์ม และภาพประกอบของนิทานทั้งหมด เขียนโดย E. H. Shepard.

ปัจจุบันตุ๊กตาของ Christopher Robin ถูกเก็บรักษาไว้ที่ Donnell Library Center ซึ่งเป็นห้องสมุดสาขาหนึ่งของ New York Public Library

ผองเพื่อนหมีพูห์

   วินนี่ เดอะ พูห์   หมีอ้วนสีเหลือง  ซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่อง ชอบความร่าเริงสนุกสนานอารมณ์ดี ไม่คิดอะไรเครียดๆ ก็คือมองโลกในแง่ดี ชอบแต่งกลอน แต่งเพลง แล้วก้ร้องเอง ชอบสนุกกับเพื่อนๆ มีความคิดแปลกๆ อาจเป็นความคิดที่คนอื่นอาจ จะมาองข้ามไป แต่พูห์นึกออก แล้วนำความคิดนั้นมาใช้ ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวสนุกๆ ขึ้นมากมาย

  วันหนึ่งวินนี่เดอะพูห์ออกมาเดินเล่น แล้วไปเจอะกับต้นโอ๊กใหญ่ต้นหนึ่ง อะฮ้า! มีรังผึ้งฝูงใหญ่อยู่บนต้นนั้น แล้วมันก็ต้องมีน้ำผึ้งอยู่ มันเริ่มปีนขึ้นไป ปีนขึ้นไป พร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดก็้เกิดขึ้น มันตกลงมา แต่มันก็ยังไม่ละความพยายาม มันไปถามคริสโตเฟอร์ โรบินถึงลูกโป่งสักใบหนึ่ง มันคิดจะปลอมตัวเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไป แล้วมันก็เกาะลูกโป่งลอยขึ้นไป เพื่อให้ฝูงผึ้งตายใจจริงๆ คริสโตเฟอร์ โรบิน จึงกางร่ม แล้วเดินไปมาพลางบ่นพึมพำใต้ต้นโอ๊ก พูห์ลอยขึ้นไปอย่างสบายอารมณ์ แตไม่ง่ายเสียแล้วฝูงผึ้งไม่ได้โง่อย่างที่มันคิด มันเริ่มเข้ามาหาก้อนเมฆเป็นฝูง คริสโตเฟอร์ โรบิน จึงตัดสินใจช่วยพูห์โดยยิงปืนอัดลมที่เอามาด้วย ลูกโป่งแตกตุ้บ แล้วพูห์ก็ค่อยๆ ร่วงลงมาพร้อมกับท่ายกแขนเกาะสายลูกโป่ง

   พิกเลต เป็นหมูสีชมพูตัวเล็ก ( ถ้าไม่บอกก็คงไม้รู้ว่าเป็นหมู ) อาจเป็นเพราะว่ามันตัวเล็ก มันจึงขี้ขลาด ขี้กลัว แต่มันจะอุ่นใจและมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเมื่อมีพูห์มาอยู่ใกล้ๆ อย่างตอนนี้ พิกเลตเจอะเฮฟฟาลัมป์
   วันหนึ่งคริสโตเฟอร์ โรบิน กับวินนี่เดอะพูห์ กับพิกเลตกำลังคุยกัน และนั่งกินอะไรซักอย่างด้วยกัน กลางป่า 100 เอเคอร์อยู่ คริสโตเฟอร์ โรบินอวดว่าวันนี้ได้เจอเฮฟฟาลัมป์ตัวหนึ่ง ส่วนพูห์และพิกเลตก็ไม่แน่ใจนักว่าตัวเองเคยเจอหรือเปล่าเพราะไม่รู้ว่าเฮฟฟาลัมป์เนี่ยหน้าตามันเป็นยังไง ระหว่างทางกลับบ้านพูห์กับพิกเลตวางแผนจะจับเฮฟฟาลัมป์กัน โดยพิกเลตเป็นขุดหลุมทำกับดัก แล้วพูห์ก็จะหาอะไรซักอย่างมาล่อ มันจึงกลับบ้านแล้วไปค้นอะไรบางอย่างในตู้ มันตกลงใจเอาน้ำผึ้งสักโถหนึ่ง...แล้วมันก็เดินตุ้บตั้บหอบโถน้ำผึ้งไปหาพิกเลต พิกเลตขุดหลุมซะลึกเชียว... หลังจากวางกับดักเสร็จ พูห์กับพิกเลตก็กลับไปนอน แต่พูห์ก็นอนไม่หลับซักที นับแกะก็แล้ว แต่เฮฟฟาลัมป์ก็โผล่มาทุกที พูห์ทนไม่ได้ต้องหาอะไรใส่ท้องซักหน่อยเผื่อมันจะนอนหลับสบายก็ได้ เฮ้! ก็โถน้ำผึ้งของพูห์อยู่ในหลุมเฮฟฟาลัมป์ พูห์ตามความหิวไปที่หลุมดัก มันกินไปอย่างเอร็ดอร่อย เลียจนถึงก้นโถ โอ๊ะ! มันเอาหัวยัดเข้าไปในโถแล้ว...แล้วดึงออกไม่ได้ พิกเลตตกใจตื่นขึ้นมาด้วยความกล้าๆ กลัวๆ พอไปถึงที่ปากหลุมมันยิ่งแน่ใจว่าเป็นเฮฟฟาลัมป์แน่นอน พิกเลตจึงบึ่งไปหาคริสโตเฟอร์ โรบิน คริสโตเฟอร์ โรบินผู้มีสติดีที่สุดก็เป็นผู้เฉลยและช่วย เจ้าเฮฟฟาลัมป์ตัวนั้นออกมา.

ยอร์  ลาแก่สีเทามักยืนอยุ่ตามลำพัง ที่ใต้ต้นไม้ข้างลำธารแล้วมันก็คิดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ วันหนึ่งพูห์เดินแวะมาทักทายมัน เอ๊ะ! พูห์แปลกใจ...เกิดอะไรขึ้นกับหางของอียอร์ หางอียอร์หายไปไหน อียอร์หมุนดุรอบตัวท่าทางหางมันจะไม่อยู่จริงๆ ด้วย ทำไงดีล่ะ พูห์จึงตกลงใจจะหาหางให้อียอร์เอง พูห์เริ่มจากไปปรึกษาอาวล์ ที่หน้าประตูบ้านอาวล์มีทั้งที่เคาะประตูและสายกระดิ่งให้ดึง ใต้ที่เคาะประตูมีข้อความว่า "กะรุณาดึงกะดิ่งถ้าต้องการให้มาเปออิด" และะที่ใต้สายกระดิ่งมีข้อความเขียนว่า "กะรุนาเคะาถ้าไม่ต้องการให้มาเปอด" ซึ่งผู้เขียนป้ายนั้นก็คือ คริสโตเฟอร์ โรบิน พูห์อ่านข้อความอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วมันก็ตัดสินใจทั้งดึงและเคาะพร้อมกับตะโกนด้วย มันปรึกษากับอาวล์เล็กน้อยถึงวิธีการหาหางของอียอร์ แล้วมันก็คิดว่าถึงเวลาหม่ำอะไรเล็กๆ น้อยๆ อาวล์อวดที่เคาะประตูอันใหม่ มันเล่าว่ามันได้มาจากที่พุ่มไม้ในป่า ดุเหมือนจะไมมีใครต้องการมัน แต่พูห์ว่ามันคุ้นๆ อยู่นะ เอ...มีคนต้องการมันด้วย มันคือหางของอียอร์ไง หลังจากคริสโตเฟอร์ โรบินตอกตะปูติดหางอียอร์กลับเข้าที่เดิม อียอร์ดีใจกระโดดโลดเต้นไปทั่วป่า และหลังจากพูห์ หาอะไรหม่ำเล็กๆ น้อยๆ แล้วมันก็ร้องเพลงเป็นทำนองที่ว่ามันหาหางอียอร์เจอ

Tigger เสือที่ใช้หางของตัวเองกระโดดไปไหนมาไหนได้เหมือนกับสปริง ในตัวของ Tigger เต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างที่สุด เขามักจะแชร์ความสนุกกับเพื่อนของเขาเสมอ แต่ยกเว้นกับ Rabbit ที่เขาไม่ค่อยอยากจะสนุกด้วย Tigger เป็นเสือที่ชอบใช้คำพูดที่ผิดๆโอ้อวดพูดอะไรเกินจริง เป็นตัวป่วนที่สุดในหมู่เพื่อนชอบทำตัวเป็นผู้รู้และชอบเป็นนักสืบ 
 

 

                 

edit @ 31 Aug 2008 13:08:00 by ann